ซีรีส์ที่มนุษย์ออฟฟิศต้องอิน

สล็อต

ซีรีส์ที่มนุษย์ออฟฟิศต้องอิน
ซีรีส์นั้นก็มีหลากหลายแนว แต่ถ้าเป็น ซีรีส์เกี่ยวกับออฟฟิศ หรือซีรีส์ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน เราก็คงจะอินไม่น้อย บทความนี้จะรวบรวม ซีรีส์ที่มนุษย์ออฟฟิศต้องอิน ดูแล้วฟินในช่วง Social Distancing จะมีเรื่องไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

เครดิตฟรี

1.Okazukun เนื้อเรื่องกล่าวถึงหนุ่มนักโฆษณา 4 คนที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นคนจริงจัง ตั้งใจทำงานมาก จนทำงานล่วงเวลากลายเป็นเรื่องปกติ เลิกงานเร็วตรงเวลาเป็นเรื่องประหลาด แต่เลิกดึกเป็นเรื่องธรรมชาติ แหม ช่างตรงชีวิตจริงของคนทำงานบริษัทญี่ปุ่นเป็นที่สุด แต่ชีวิตหลังเลิกงานของหนุ่มๆ ทั้ง 4 คน เมื่อกลับถึง apartment ที่ทั้งสี่คนอาศัยอยู่ที่เดียวกัน ก็คือ เรื่องกิน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของเรื่อง ทุกตอนจะเล่าถึงการกินข้าวด้วยกันของหนุ่มๆ ทั้ง 4 ที่ช่วยกันหาวัตถุดิบ อหร่อยๆ ราคาไม่แพง มาทำแชร์กินกัน เพื่อนคนนึงจะแบกหม้อถุงข้าวมา จิบเบียร์ไป ล้อมวงคุยตามประสาเพื่อนสนิท
2.Misaeng มาที่ซีรีส์สายเกากันบ้าง เป็นเรื่องราวของชีวิตอปป้าสุดหล่ออย่าง ชาง คือแร นักเล่นหมากล้อมดาวรุ่งที่ตกอับจนต้องมาทำงานในบริษัทสุดป่วน อย่าง “วัน อินเตอร์เนชั่นแนล” ในฐานะเด็กฝึกงาน และได้พบกับ โอ ซังซิก หัวหน้าฝ่ายขาย, จาง เพ็คกี เพื่อนร่วมงานจอมเนิร์ด แต่แอบร้ายลึก ชาง คือแร ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมของการแข่งขัน โดยเอาแนวทางของหมากล้อมมาใช้ในการดำเนินชีวิต แค่ฟังตรงนี้ก็อินแล้ว มิแชง (Misaeng) ดัดแปลงมาจากเว็บตูนที่มียอดผู้อ่านเยอะมากถล่มทลายบนเว็บพอร์ทัล ทาอึม (Daum) แถมพอเริ่มฉายก็เป็นซีรีส์เกาหลีที่ได้รับเรตติ้งสูงสุดเป็นอันดับสองของละครเกาหลีทั้งหมดที่ออกอากาศทางช่องเคเบิ้ลทีวี ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนทำงานล้วน ๆ ไม่มีเรื่องราวความรัก ความโรแมนติกมาเป็นตัวชูโรงแต่อย่างใด เรื่องราวสะท้อนให้เห็นว่าหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน มีอิทธิพลต่อการทำงานทั้งสิ้น แล้วยังสอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม การได้รับโอกาสจากเพื่อนร่วมงาน การเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ การไว้ใจ เชื่อใจ และเรื่องของการไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร โดยเฉพาะฉากที่พระเอกโดนปล่อยให้คัดปลาหมึกอยู่ในโรงงานคนเดียว คนอื่นแอบกลับไปกันหมด ทำเอาน้ำตาซึมไปเลยทีเดียว
3.Billions อีกหนึ่งซีรีส์ดังจากอเมริกา มีมากถึง 4 ซีซั่น และยังมีท่าทีที่จะมีซีซั่นถัดไปอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบซีรีส์ของฝั่งตะวันตกแนวอัยการตงฉิน บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ควรพลาดอย่างแรง! เนื้อเรื่องเป็นแนวหักเหลี่ยมระหว่างพนักงานบริหารความเสี่ยงกองทุน กับเศรษฐีแนวหน้าของประเทศ ที่เราไม่สามารถเดาทางได้เลย ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับคนที่ไม่เคยลงทุน ไม่ต้องกลัวว่าเนื้อเรื่องจะเข้าใจยาก คำศัพท์เรื่องการเงินน่าจะเยอะเกินไป คุณต้องลองดูเรื่องนี้ก่อน นอกจากจะได้สนุกกับการชิงไหวชิงพริบของตัวละครแล้ว ยังได้ความรู้มากมายที่ถ่ายทอดให้เข้าใจได้ง่ายๆ แบบที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกยัดเยียดแต่อย่างใด แต่สำหรับใครที่มีพื้นฐานการเงินอยู่แล้วยิ่งไม่ควรพลาด เพราะคุณจะได้รับความรู้และเทคนิคการลงทุนหรือเล่นหุ้นในตลาดสากลเพิ่มเข้ามาด้วย
4.Hanasaki Mai ga Damattenai ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ Hanasaki Mai หญิงสาวผู้ไม่นิ่งเฉยต่อความผิด และความไม่ชอบมาพากล สมัยก่อนเธอทำงานเป็นเทลเลอร์ แล้วต่อมาให้มาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพร้อมแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธนาคารร่วมกับคู่หูของเขาอีกคนหนึ่ง แม้เธอจะเป็นคนที่ไม่อำนาจอะไรมาก แต่ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร หรือต้องอยู่ในฝ่ายที่ต้องอ่อนแอกว่า เธอก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมีปากมีเสียง เพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้องกลับคืนมา เนื้อเรื่องแต่ละตอนคงไม่ใช่ปัญหาสะเทือนเลือนโลก หรือ แซ่บนัวแบบฮันซาวะ แต่เป็นปัญหา daily life หลายอย่างที่เราคุ้นแต่เราไม่รู้เขาแก้ปัญหากันอย่างไร เช่น เงินหาย ลืมปั๊มตรา ลืมลงชื่อ อันนี้ก็เพิ่งรู้ว่าจะมี report ไปที่แผนก branches control ซึ่งจะส่งคนมาดูเพื่อไกด์ว่าควรแก้ปัญหาอย่างไรต่อ บางอย่างเป็นปัญหาธรรมาภิบาล power harassment (หัวหน้าใช้ความสนิทบังคับลูกน้องปล่อยสินเชื่อ ผจก. favor ลูกค้าจนปฏิเสธเงินกู้บริษัทคู่แข่งตอนวันเขาต้องจ่ายเงินพอดีทำให้ล้มละลาย อะไรแบบนี้) ตัด cost โดยกดดันพนักงานที่มีประสบการณ์เงินเดือนสูงให้ลาออก บางอย่างเป็นปัญหาอยู่รอดของสาขา ประเภททำยอดทั้งเปิดบัญชี(มั่ว) และ ปล่อยสินเชื่อ(มั่ว) และ บางทีเป็นปัญหาทางด้านภาพลักษณ์ ประเภทปล่อยกู้ธุรกิจผิดกฎหมาย อยากได้ยอดเปิดบัญชีไม่ยืนยัน identity คนฝาก เป็นต้น

jumboslot

5.Silicon Valley รวมพลคนอัจฉริยะ เรื่องราวเกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันสร้างบริษัทด้านไอทีขึ้นมาจากแนวคิดใหม่ที่พวกเขาและหลายๆ คนมองว่ามันคือสิ่งใหม่ในวงการที่จะจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเกิดขึ้นที่เมือง Palo Alto เมืองที่เต็มไปด้วยกีคไอทีต่างๆ ที่มารวมตัวกันอยู่ในเมืองนี้
ก็คงเหมือนกับคนทั่วๆ ไปที่วันๆ ก็อาจจะเป็นแค่ลูกจ้างของคนอื่น และหวังว่าจะได้เติบโตงอกงามบนเส้นทางสายนี้ จนวันนึงได้ค้นพบบางอย่างที่อาจดูธรรมดาเมื่อมองเผินๆ มันก็อาจจะแค่แอพค้นหาเพลงที่ซ้ำกัน แต่ถ้าดูดีๆ นี่เป็นสิ่งใหม่ในโลกที่อาจจะปฏิวัติวงการได้เลยทีเดียว เป็นซีรีส์ที่แทรกซึมด้วยมุกฮาให้หัวเราะได้ดังๆ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวกีคๆ ของคนไอทีที่บางอย่างต้องเป็นคนที่อยู่ในวงการนี้ที่จะเก็ทและเข้าใจคำบางคำหรือชื่อบางชื่อที่ตัวละครพูดถึง แต่หลายครั้งมุกฮาๆ ก็ไม่ได้กับจำเป็นว่าต้องกีคถึงจะเข้าใจ
6.เกมริษยา เรื่องราวความสัมพันธ์ของชีวิตคนทำงาน ที่เรื่องงานกับชีวิตทับซ้อนกัน จนหาเส้นแบ่งไม่ได้ ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ทุกคนต้องดิ้นรน และแข่งขันกันเพื่อเอาตัวรอด เรื่องราวเกิดขึ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ ที่กำลังมีปัญหาขาดทุนอย่างหนัก เพราะรองประธานบริษัทยักยอกเงินแล้วหนีหาย ประธานบริษัทเสียใจที่ไว้ใจคนผิด จึงช็อกเข้าโรงพยาบาลเหตุการณ์อ่อนไหวจึงเกิดขึ้นภายในบริษัท ใครคือผู้เหมาะสมจะเป็นรองประธานคนใหม่ การแข่งขันเกิดขึ้นระหว่าง ปัทมน และ พิธาน ปัทมน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สุดเฉียบ และเนี้ยบไปหมดทุกเรื่อง พนักงานในบริษัทต่างกลัวเธอ และขนานนามให้ว่า “บ้าอำนาจ” แต่เหล่ากรรมการบริษัทกลับรักเธอ เพราะปัทมนรู้จักเข้าหาอย่างถูกวิธี หรือเรียกอีกอย่างว่า “เชลียร์” พิธาน อีกหนึ่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด หนุ่มใหญ่ใจดี เป็นที่รักของพนักงานเพราะทุ่มเท และช่วยเหลือ ลุยงานด้วยกันตลอดราวกับไม่ใช่เจ้านาย แต่มักทำงานช้า เพราะคิดมากเกินไป จนลูกน้องให้ฉายาว่า “ไม่กล้าตัดสินใจ” พิธานกับปัทมน เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน รู้ทั้งบริษัทว่าทั้งคู่ไม่ถูกกัน ชิงดีชิงเด่นเรื่องงานกันมาตลอด แต่ที่ทุกคนไม่รู้ก็คือ ก่อนที่จะเป็นคู่ปรับ ทั้งสองคนเคยเป็นคนรักกันมาก่อน! ระหว่างที่พิธานกับปัทมนแย่งชิงตำแหน่งรองประธาน ก็เกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้งเพราะประธานได้เสียชีวิตลง พราว ลูกสาววัยรุ่นของท่านประธาน จึงต้องกลับจากเมืองนอกเพื่อขึ้นบริหารแทนพ่อ ด้วยความเป็นลูกท่านหลานเธอ อยากได้อะไรก็ต้องได้ พราวจึงหารองประธานของเธอมาเอง คือ จิมมี่ รุ่นพี่ที่เจอกันที่นิวยอร์ก อายุเพิ่งจะย่างสามสิบ แต่ความสามารถเกินตัวแถมมีดีกรีจบโทจากสถาบันชื่อดังระดับไอวี่ลีค พิธานกับปัทมนจึงต้องหยุดความทะเยอทะยานไว้แค่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เหมือนเดิม
7.Dirty Money ซีรีย์ Dirty Money บน Netflix นำเสนอ 6 กรณีของการทำธุรกิจที่โลดแล่นอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างผลกำไรกับศีลธรรม ความลักลั่นย้อนแย้งดังกล่าวแทบจะเรียกได้ว่า เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของเศรษฐกิจแบบทุนนิยมซึ่งขับเคลื่อนด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่รายได้อาจมากกว่าประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ โครงสร้างของ ‘นิติบุคคล’ หรือที่รู้จักกันดีกว่าบริษัท เป็นตัวแสดงหลักที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจทุนนิยม โดยเป้าหมายของบริษัทคือการสร้างผลกำไรสูงสุดในผู้ถือหุ้น และอาจเป็นแรงจูงใจให้เหล่าผู้บริหารทำทุกวิถีทางเพื่อกอดเก้าอี้และคว้าโบนัสเข้ากระเป๋า แม้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นการทำร้ายผู้บริโภคก็ตาม หลายครั้งที่ภาครัฐมองว่าการสั่งปรับหรือปิดกิจการของบริษัทใดบริษัทหนึ่งอาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนหลายพันชีวิต (หรืออาจสูงถึงหลักหมื่น) ต้องว่างงานอย่างกระทันหัน เรายังต้องสูญเสียสินค้าหรือบริการเฉพาะทางของบริษัทนั้นๆ ไปอีกด้วย หรือที่เราคุ้นหูกันว่า ‘too big to fail’

สล็อตออนไลน์

ซีรีส์เกี่ยวกับออฟฟิศ เหล่านี้นับว่าคัดมาแต่เรื่องสนุกๆ และมีสาระมากๆ เชื่อว่าคนที่ได้ดูนอกจากจะสนุก อินไปกับตัวละครเพราะใกล้เคียงกับชีวิตตัวเองเลือเกินแล้ว ยังได้สาระ ข้อคิดในการทำงาน และความรู้รัอบตัวด้านอื่นๆ ตามสายอาชีพของตัวละคร นับเป็นการเปิดโลกใหม่สำหรับคนดูอย่างเราจริงๆ ถ้าอยู่บ้านนานๆ ไม่ได้ไปไหน ก็ลองดูซีรีส์เหล่านี้ อย่างน้อยก็ช่วยเราแก้เหงาได้บ้างล่ะ