รวม 10 ธุรกิจ สร้างอาชีพปี 2021 ด้วย “ไอเดีย”

เมื่อการแข่งขันมีมากขึ้น ลูกค้าเป็นคนเลือกร้านค้า หน้าที่ของพ่อค้าแม่ค้าคือคิดหาไอเดียว่าทำแบบไหน อย่างไร ให้สินค้าเรา “ติดไอเดีย” เพราะเมื่อสินค้ามีความแตกต่างนอกจากทำให้คนสนใจยังง่ายต่อการทำตลาดออนไลน์ แต่การจะหาไอเดียให้กับสินค้าพูดง่ายทำยาก

ได้รวบรวม 10 ธุรกิจที่ใช้ไอเดียนำหน้าการตลาด หากคิดไม่ออกจะลองดูแนวทางของธุรกิจเหล่านี้เป็นตัวอย่างก็ได้

  1. ไอดูโฟร์ไอเดีย

เครดิตฟรี

ไอดูโฟร์ไอเดียคือผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องพิมพ์ภาพลงบนวัสดุที่สสามารถพิมพ์ภาพลงบนวัสดุได้อย่างหลากหลาย ทำเป็นสินค้าไอเดียได้มากมาย ทั้งการสกรีนภาพลงบนแก้ว จาน กระเป๋า หมวก เสื้อยืด พวงกุญแจ กระจก หมอน ฯลฯ หมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจที่ลงทุนไม่สูงและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า สร้างกำไรได้มากกว่า 600 – 1,200%

ผู้สนใจลงทุนสามารถเลือกรูปแบบของเครื่องพิมพ์ภาพได้ตามต้องการ ราคาตามความเหมาะสม เช่น เครื่องพิมพ์ภาพระบบกดด้วยความร้อน ที่เหมาะกับการพิมพ์เสื้อและวัสดุแนวราบ , เครื่องพิมพ์ภาพระบบสุญญากาศ ที่พิมพ์ภาพได้ทั้งเสื้อ แก้ว เคสมือถือแบบเต็มรอบและแปะหลัง , เครื่องทำสติ๊กเกอร์กันรอยมือถือ , เครื่องพิมพ์เสื้อรุ่นมืออาชีพ , เครื่องพิมพ์แก้วรุ่นมืออาชีพ , เครื่องทำหน้าตุ๊กตาหน้าเด้ง 3 มิติ เป็นต้น

โดยทางแฟรนไชส์มีการอบรม และสอนเทคนิคการพิมพ์ การทำตลาดออนไลน์ ให้ผู้ลงทุนสามารถความรู้ได้อย่างครบวงจร เหมาะสำหรับคนอยากทำเป็นอาชีพเสริมหรือคนที่กำลังมองหาอาชีพออนไลน์ที่ขายง่ายขายดี

  1. ร้านขนมฟู (เค้กคอลลาเจน)

เป็นอีกหนึ่งธุรกิจเบเกอรี่ที่มีการขยายสาขาได้หลายแห่ง ซึ่งร้านขนมฟูมีสูตรขนมที่อร่อยยาวนานกว่า 30 ปี ใช้วัตถุดิบอย่างดี เช่น แป้งทำขนมนำเข้าจากญี่ปุ่น , กลิ่นผสมอาหารจากออสเตรเลีย , เนยสดแท้ไม่ใช้มาการีน เป็นต้น แถมยัง
ทำสดใหม่ทุกวัน สินค้าราคาเบาๆ ที่นำไปขายต่อได้กำไรอย่างดี สินค้าน่าสนใจ เช่น ขนมปัง ขนมเค้ก แยมโรล ชิฟฟ่อน คุกกี้ เอแคลร์ เป็นต้น รวมกว่า 200 เมนู กำลังผลิตประมาณ 20,000 ชิ้น ทั้งขายปลีกและขายส่ง รวมถึงเมนูติดไอเดียอย่างเค้กคอลลาเจน ที่ถือเป็นเมนูน่าสนใจและทำให้ร้านขนมฟู เป็นที่รู้จักมากขึ้น

  1. ชานมไข่มุก “กระป๋อง”

เรียกว่าเป็นไอเดียที่ต่อยอดจากชานมไข่มุกใส่แก้วมาบรรจุกระป๋องให้ดูทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้นที่สำคัญสะดวกสบายในการพกพา ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่เคยเปิดตัวสินค้าแนวนี้ เช่น CUBES , UP CHA หรือจะเป็น ฉุนช่วย เฮ้อ จากไต้หวัน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ชูจุดเด่นบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องที่ดูแล้วน่าสนใจ ซึ่งแพคเกจของแต่ละแบรนด์ก็ดีไซน์น่ารัก น่าใช้งานแตกต่างกันไป สำหรับคนที่ทำธุรกิจชานมไข่มุกน่าจะใช้แนวคิดนี้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตัวเองได้มากขึ้น

  1. Mini Food Cart

สล็อต

เป็นการออกแบบและดีไซน์ของบริษัทจากประเทศจีนในเหอหนาน ที่เน้นการผลิตสินค้ารถเข็นตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยเป็นแบบที่เรียกว่า Mini Food Cart ซึ่งได้มีการผลิตและส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศหลายแห่งทั้งอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย โดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาในการผลิตตัว Mini Food Cart เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ ที่สำคัญคือราคาไม่แพง และได้รับการรับรองจาก ISO มั่นใจในเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี แถมยังดีไซน์ภายในรถให้มีความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หากนำมีธุรกิจไหนเอาแนวคิดนี้มาลองต่อยอดเป็นไอเดียขายแฟรนไชส์ในเมืองไทย ก็น่าจะสร้างสีสันและน่าสนใจไม่ใช่น้อย

  1. The Coffee Trike

รถสามล้อถีบขายกาแฟแบบไฮเอ็นด์ เจ้าของแนวคิดคือ อเลสซานโดร เบลลิโน ชาวออสเตรเลียที่ไปอาศัยอยู่ในบอสตัน อเมริกา โดยได้ตั้งชื่อร้านว่า The Coffee Trike จุดเด่นของรถเข็นขายกาแฟนี้ไม่ใช่แค่กาแฟระดับพรีเมี่ยมที่มาในราคารถเข็นแต่ยังสร้างความน่าสนใจด้วยการแต่งกายที่เหมือนหลุดมาจากหนังสือแฟชั่น และการทักทายลูกค้าด้วยอัธยาศัยที่ดีเป็นอีกจุดขายที่ทำให้คนเห็นต่างก็อยากแช๊ะ อยากแชร์ แถมราคากาแฟระดับพรีเมี่ยมของร้านนี้ก็ยังไม่แพงคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 90 บาท ใครที่คิดอยากเปิดร้านกาแฟจะลองเอาแนวคิดร้านกาแฟรถเข็นแบบนี้ไปใช้บ้างก็ได้

  1. Yogurtmobile

ในเมืองไทยเราคุ้นเคยกับการที่เห็นสาวยาคูลท์ขี่มอเตอร์ไซด์เข้ามาส่งสินค้าในออฟฟิศ แต่ในเกาหลีใต้เขาพัฒนาให้ดีกว่าเดิมกลายเป็น Yogurtmobile ที่ลักษณะคล้ายกับสกู๊ตเตอร์ผสม Segway แบบยืนขับ โดยจะมีตู้แช่คล้ายกับตู้เย็น 8 คิววางอยู่ด้านหน้า ซึ่งสามารถบรรจุนมเปรี้ยวได้มากถึง 3,300 ขวดเลย สามารถทำความเร็วได้ที่ 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และที่สำคัญยังขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าด้วย ซึ่งตอนนี้ทางยาคูลท์เกาหลีใต้ก็ได้ส่งรถ Yogurtmobile ออกมาบ้างแล้วกว่า 4,000 คัน และจะเพิ่มเป็น 10,000 คันในอนาคตด้วย สำหรับในเมืองไทยอาจจะไม่ใช่เรื่องของการส่งยาคูลท์เท่านั้นแต่แฟรนไชส์อื่นๆที่เห็นแบบนี้จะเอาไปพัฒนาต่อยอดให้เป็นการส่งสินค้าของตัวเองก็ก้าวล้ำนำสมัยได้แน่นอน

  1. Cereality

สล็อตออนไลน์

สินค้ายุคนี้ต้องให้แปลกและแหวกแนว จึงจะทำให้คนสนใจได้ ลองดูไอเดียของ Cereality ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่รวมซีเรียลจากแบรนด์ต่าง ๆ ลงไปแล้วเพิ่มด้วยท็อปปิ้ง และน่าสนใจยิ่งกว่าเพราะทำแค่เพียงแค่เมนูเดียวเท่านั้น คือเมนูที่ชื่อว่า Cherrios and K มีความพิเศษตรงที่เพิ่มแครนเบอร์รี่แห้งและวอลนัทเข้าไป ซึ่งอาจดูไม่เข้ากับคนไทยนักแต่นี่คือไอเดียให้เราลองเอาไปต่อยอด โดยแฟรนไชส์ของ Cereality เขาก็ตั้งใจจะหาคนลงทุนในทำเลสนามบิน โรงพยาบาล วิทยาลัย แหล่งชุมชนต่างๆ นักลงทุนในเมืองไทยคนไหนจะลองเอาแนวคิดนี้ไปต่อยอดดูก็ได้

  1. SP โดนัทจิ๋ว

จุดเด่นของ SP โดนัทจิ๋ว คือ วาฟเฟิลที่มีเนื้อแป้งกรอบนอกนุ่มใน และ ซาลาเปา 7 สี มีกลุ่มลูกค้าหลักคือนักเรียนและคนวัยทำงาน วัยรุ่น ทำเลที่เหมาะสมคือย่านสถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา มหาวิทยาลัย ย่านออฟฟิศต่างๆ เป็นต้น ค่าแฟรนไชส์ในการลงทุน 19,000 บาท หรือหากมีงบประมาณจำกัดสามารถปรึกษา แพคเกจนี้ยังสามารถปรับลดราคาได้ตามความเหมาะสม โดยผู้ลงทุนจะได้รับ เครื่องอบโดนัท เครื่องตีไข่ อุปกรณ์สำคัญต่างๆ พร้อมวัตถุดิบในการทำเมนูต่างๆ พร้อมสอนทำทุกเมนูให้สามารถทำขายได้อย่างมืออาชีพ

  1. Milk Solid “ไอศกรีมไนโตรเจนเหลว”

แม้จะเป็นไอศกรีมแต่ก็สามารถติดไอเดียให้ดูแปลกแตกต่าง และขายดีได้ โดย Milk Solid มีแนวคิดมาจากว่าไอศกรีมที่ทานกันในปัจจุบันไม่ใช่ไอศกรีมแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีเกล็ดน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบอยู่ จึงคิดค้นการใส่ไนโตรเจนเหลว ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนเป็นไอศกรีมไม่เกิน 1 นาที นั่นเป็นระยะเวลาที่สั้นมากจนน้ำไม่สามารถแทรกตัวในเนื้อไอศกรีมได้ จึงได้ไอศกรีมแท้เนื้อนุ่มเนียนละเอียดไม่มีเกล็ดน้ำแข็งเจือปนแม้แต่น้อย และเปิดร้านโดยทำบรรยากาศให้เหมือนห้องแล็ปวิทยาศาสตร์ โดยมีไอศกรีมหลากรสชาติ เช่น วานิลลา ชาเขียว สตรอเบอร์รี่ ช็อคโกแลต เป็นต้น ราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่ 99 – 149 บาท

  1. Stitch Fix เสื้อผ้าออนไลน์ใส่แล้วเป๊ะ

jumboslot

ทุกวันนี้มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็ขายเสื้อผ้า แต่จะให้ดีและแตกต่างลองดูไอเดียของ Stitch Fix ที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์เช่นกันแต่ไอเดียสุดยอดกว่าคือจะจัดส่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ตรงตามบุคลิกของลูกค้าไปให้เลือก โดยลูกค้าจ่าย 20 ดอลลาร์เมื่อได้สินค้ามาแล้ว ลูกค้ามีเวลาลอง 3 วัน หากตัดสินใจซื้อทั้ง 5 ชิ้นเลย บริษัทมีส่วนลดให้ 25% แต่หากไม่ชอบเลยสักชุด ก็พับเก็บใส่กล่องที่บริษัทเตรียมไว้ให้แล้วส่งไปรษณีย์คืนมาได้ แต่ไม่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ทุกครั้งที่มีการใช้งาน จะคิดค่าบริการครั้งละ 20 เหรียญ ซึ่งปัจจุบัน Stitch Fix มีลูกค้าที่ใช้บริการราว 2.5 ล้านคน แถมยังเป็นบริษัทที่เข้าตลาดหุ้นอีกด้วย

ทั้งนี้สินค้าไอเดียไม่ใช่เน้นแค่ความแปลก แต่สิ่งที่ควรมีคือเรื่องคุณภาพ ยิ่งหากขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ยิ่งควรมีระบบบริหารจัดการที่ดีมากขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าเดิม รวมถึงเจ้าของธุรกิจเองต้องรู้จักพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยต่อเนื่องด้วย สมพร ทิ้งท้าย