Wall Street 2 : Money Never Sleep

Wall Street เป็นเหตุการณ์ในปี ค.ศ.1985 เกิดขึ้น ณ ตลาดหุ้น Wall Street เป็นเรื่องราวที่แฉเบื้องหลังธุรกิจค้าหุ้นแห่งยุค 80 ของโบร็คเกอร์หนุ่มผู้ใฝ่ฝันทะเยอทะยานที่จะประสบผลสำเร็จด้านการเงิน บั๊ด ฟ็อกซ์ (Charlie Sheen ชาร์ลี ชีน) ผู้ซึ่งโชคชะตานำพาให้ได้พบกับราชาแห่งวอลสตรีทอย่าง กอร์ดอน เก็กโก้ (Michael Kirk Douglas ไมเคิล ดักลาส) ผู้มีปรัชญาว่า ” โลภแล้วรุ่ง ” ฟ็อกซ์เดินตามปรัชญาของเก็กโก้ และ ยอมทำทุกอย่างถึงแม้จะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายหลักทรัพย์ ฟ็อกซ์ได้ทุกอย่างๆรวดเร็วทั้งเงินทอง และ ผู้หญิง โดยมีเก็กโก้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง…และสอนให้เข้ามาสู่หนทางร่ำรวยด้วยการเล่นหุ้น และ เข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องเลือก ” วิธีการ “

เครดิตฟรี

..แล้วงานใหญ่ก็มาถึง เมื่อเก็กโก้ให้ฟ็อกเกลี่ยกล่อมพ่อของเขา คาร์ล ฟอกซ์ (Martin Sheen มาร์ติน ชีน – ผู้เป็นพ่อของ Charie Sheen ทั้งในชีวิตจริงและในหนัง) ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างบำรุงเครื่อง และ หัวหน้าสหภาพแรงงานของบริษัทสายการบินเล็กๆ ชื่อ บลูสตาร์ ให้ยอมร่วมมือในการเทกโอเวอร์บริษัท หลังจากที่หุ้นตกต่ำ และมีราคาถูกมานาน ซึ่งเทียบไม่ได้กับสินทรัพย์จำนวนมหาศาลของบริษัทโดยมีข้อตกลงว่า หลังจากที่ได้กิจการเขาจะให้ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทแก่ฟ็อกซ์ แต่เก็กโก้กลับหักหลังโดยแยกส่วนสินทรัพย์ของบริษัทออกขายทำกำไร แล้วปล่อยให้กิจการดิ่งลงนรก… พนักงานถูกลอยแพ พ่อของฟ็อกต้องตกงานโดยที่ฟ็อกซ์ก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นเหตุให้ฟ็อกยอมร่วมมือกับตำรวจที่สืบสวนการกระทำที่ผิดกฏหมายหลักทรัพย์ และ ในที่สุด เก็กโก้ต้องชดใช้กรรมในคุก ในคดีปั่นหุ้น

สล็อต

หนังประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยเป็นผลงานกำกับ และ เขียนบทของ โอลิเวอร์ สโตน (Oliver Stone) นักสร้างภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ ที่สะท้อนภาพนักธุรกิจชั้นสูงชาว อเมริกัน ผ่านวงการตลาดหุ้นระดับมืออาชีพ ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด แม้ว่าฉากหลังของหนังจะอาศัยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ก็สะท้อนเบื้องหลัง – เบื้องลึกของผู้คน โลกธุรกิจ และ ความโลภ …

สล็อตออนไลน์

หนังมีเนื้อหาที่สอดรับกับสถานการณ์ โดยออกฉายในอเมริกาเมื่อ 11 ธค.1987 หลังเหตุการณ์ Black Monday (19 ต.ค.1987) วันที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์นับแต่มีตลาดหุ้นเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

หนังดำเนินเรื่องราวในปี 2001 เมื่อกอร์ดอน เก็กโก้ (Michael Kirk Douglas ไมเคิล ดักลาส) ก้าวออกมาจากเรือนจำ ที่ซึ่งเขาต้องโทษคุมขังเป็นเวลานาน 7 ปี ในคดีปั่นหุ้น อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีลูกสาว หรือ เพื่อนร่วมงานที่วอลสตรีทมารับ… เขากลายเป็นคนนอกวงการที่ยังไม่ละทิ้งปรัชญาเดิมคือ ความโลภ – โลภแล้วรุ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ความจริงในขณะที่อยู่ในคุกว่า เวลาเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าเช่นกัน !!

jumboslot

เจค มัวร์ (Shia Saide LaBeouf ไชอา ลาบัฟ) วอลล์สตรีหนุ่มไฟแรง ผู้ซึ่งได้ วินนีย์ (Carey Hannah Mulligan แครีย์ มัลลิแกน) ลูกสาวเก็กโก้เป็นแฟนสาว ธุรกิจของเขากำลังตกอยู่ในความเสียหาย และ ต้องเผชิญความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ปรึกษา/อาจารย์คนแรกในชีวิต หลุยส์ ซาเบล (Frank A. Langella, Jr. แฟรงค์ ลานเจลลา) จากการปรักปรำของคู่แข่งทางธุรกิจ เบร็ตตัน เจมส์ (Josh James Brolin จอช โบรลิน) และ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ การล้างแค้น โดยได้เก็กโก้ เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลว่าทำไม หลุยส์ ซาเบล จึงถูกหักหลังโดยเพื่อนที่เป็นนายธนาคาร… ความสัมพันธ์ถูกก่อตัวขึ้นมาเพื่อที่ เจค จะได้ล้างแค้นให้กับการสูญเสียของ เคลเลอร์ ซาเบล และเพื่อช่วยให้เก็กโก้ ได้สานสัมพันธ์ใหม่กับลูกสาว โดยมีชีวิตน้อยๆในครรภ์ของวินนีย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เก็กโก้ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างเงินตรา และ เวลาที่เหลืออยู่..กับครอบครัว

slot

หนังเปิดเรื่อง ให้ตัวละครทุกตัวโยงใย สัมพันธ์กันบนความขัดแย้งของปมปัญหาเรื่อง เงิน (เหมือน)จะต้องเฉือดเชือนกันให้แตกหัก แต่กลับดำเนินเรื่อง ด้วยการอธิบายความสัมพันธ์ของตัวละคร อาทิ เก็กโก้ กับ วินนีย์ลูกสาว , เจค กับ วินนีย์ , เจค ก้บแม่-ซิลเวีย ม้วร์ (Susan Sarandon ซูซาน ซารานดอน) หรือ เจค กับ หลุยส์ ซาเบล โดยที่ยังไม่ทิ้งเรื่องราวของตลาดหุ้น Wall Street? จึงทำให้หนังดูยืดเยื้อ จืดชืด ไม่เร้าใจ? ด้วยจับไม่ได้ว่าหนังจะอธิบายความหมายของ Money Never Sleeps อย่างไร เพราะจุดจบ คือ การต้ดสินใจที่เลือกครอบครัว มากกว่า เงิน… ซึ่งเป็นการจบที่คาดเดาได้

ไมเคิล ดักลาส รักษามาตรฐานทางการแสดงได้ดี(เช่นในภาคแรก) เช่นเดียวกับ ไชอา ลาบัฟ, แคร์รี่ มัลลิแกน และ นักแสดงคนอื่นๆ ที่แสดงได้ดีสมบทบาท ภาพ / เพลงประกอบ คอสตูม และ องค์ประกอบของหนังโดยรวมดี

เนื่องจาก Wall Street 2 พลิกจากหนังแนวอาชญากรรมทางการเงิน มาเป็นหนังชีวิต จึงอาจทำให้คนที่เคยดูภาคแรกมาแล้วผิดหวัง !! และ อดไม่ได้ที่จะเอาหนังทั้งสองภาคมาเปรียบเทียบกัน … ด้วย Wall Street ภาคแรกสมบูรณ์ และ น่าประทับใจมากกว่า.